โมลา โมลา ปลายักษ์แห่งโลกใต้มหาสมุทร

mola_mola

ในโลกใต้มหาสมุทรยังมีอะไรให้เราได้ศึกษากันอีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นโลกที่มนุษย์เองก็อยากที่จะเรียนรู้ไปกับสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่อาศัยอยู่ใต้ทะเลลึกว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง เหมือนกับการค้นพบเจ้าปลาอีกหนึ่งชนิดที่เราสามารถหาดูได้จากเฉพาะใต้มหาสมุทรเท่านั้น เจ้าปลาที่ว่านี้ก็มีชื่อสุดน่ารักว่า ปลาโมลา โมลา

ปลาโมลา โมลา หรืออีกชื่อหนึ่งก็มักจะเรียกว่า ปลาแสงอาทิตย์ จัดเป็นปลาทะเลกระดูกแข็งอีกประเภทหนึ่งจัดอยู่ในวงศ์ของปลาแสงอาทิตย์เป็นปลาที่มีรูปร่างลักษณะค่อนข้างแปลกประหลาด โดยรูปร่างของตัวมันจะเป็นทรงกลม บริเวณหัวจะมีขนาดใหญ่มากจนดูเหมือนว่าเป็นปลาที่มีแต่หัวเพียงอย่างเดียว บริเวณครีบและส่วนอื่นๆ ของร่างกายจะดูสั้นไปหมด ครีบหลังจะมีขนาดใหญ่ตั้งยาวไปจนถึงด้านบน ส่วนครีบก้นก็จะมีขนาดใหญ่ยื่นยาวลงมาถึงด้านล่างของลำตัวเช่นเดียวกัน เวลาที่มันว่ายน้ำจะใช้ครีบทั้ง 2 ด้านนี้โบกไปมา บริเวณครีบข้างลำตัวก็จะเป็นทรงโค้งมีขนาดเล็กและบางมาก ครีบบริเวณหางก็จะหดเข้ามาติดตอนช่วงท้าย บริเวณหลังดวงตาจะมีรูสำหรับระบายให้น้ำออกจากร่างกาย เป็นรูปแบบหนึ่งของการช่วยเหลือให้ตัวเองว่ายน้ำไปข้างหน้าได้ เวลาที่ดูภายนอกอาจจะดูเทอะทะตัวใหญ่ แต่เอาเข้าจริงมันจัดว่าเป็นปลาที่มีว่ายน้ำได้เร็วเหมือนกัน คิดดูว่าสามารถว่ายไปจับแมงกะพรุนกินได้ย่อมไม่ใช่ความเร็วธรรมดาแน่นอน ขนาดเมื่อโตเต็มที่จะสามารถใหญ่ได้ถึง 3.2 เมตร น้ำหนักสามารถหนักได้ถึง 2,300 กิโลกรัม จัดว่าเป็นปลากระดูแข็งที่มีน้ำหนักมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ ที่สำคัญมันมักจะชอบว่ายน้ำไปชนกับเรือขนาดใหญ่อีกด้วย

ปลาโมลา โมลา เป็นปลาที่ไม่มีเกร็ด ผิวหนังหนาหยาบ ยืดหยุ่น มีเมือกหนาที่จะทำหน้าที่คล้ายเป็นเกราะป้องกันตัวเองไปตามอายุขัยเวลาที่เจออันตรายจากสัตว์ชนิดอื่นโดยเฉพาะเข็มพิษจากพวกแมงกะพรุนที่มันกินเป็นอาหาร บางตัวมีหนาถึง 15 มิลลิเมตรเลยทีเดียว ปลาสายพันธุ์นี้สามารถพบได้ทั่วไปใต้มหาสมุทรเขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก ส่วนมากมักจะพบเจอกันที่เกาะบาหลี อินโดนีเซีย โดยความลึกที่สามารถพบได้ก็ประมาณ 400 เมตร บางครั้งหากโชคดีสามารถพบเจอการรวมฝูงของพวกมันเป็นสิบๆ ตัวเลยทีเดียว

เป็นปลาที่เรียกได้ว่าสามารถวางไข่ได้มากที่สุดในโลกก็ว่าได้ โดยสามารถวางไข่ได้ถึง 300 ล้านฟอง เจ้าไข่ที่ว่าก็จะล่องลอยไปตามกระแสน้ำ ซึ่งพ่อแม่ปลาโมลา โมลา ก็จะไม่ได้ดูแลทำให้เวลาเกิดจนเจริญเติบโตขึ้นมาเป็นตัวเต็มวัยจะเหลือรอดเพียงแค่ไม่กี่ตัวเท่านั้น